|

การเข้าเล่ม
การเข้าเล่มไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกค่ะ ขอแนะนำแบบต่างๆที่นิยมใช้กันดังนี้ค่ะ
1.
เข้าเล่มกาวหัว
การเข้าเล่มแบบนี้ใช้สำหรับพวกใบเสร็จต่างๆคะ หรือไม่ก็พวกสมุดฉีก
็กระดาษโน้ต memo อะไรทำนองนี้แหละค่ะ เป็นการเข้าเล่มสำหรับให้ฉีกออกไปใช้โดยเฉพาะ
วิธีการก็ง่ายมาก เอากระดาษมาเรียงกันเป็นตั้ง แล้วเอากาวลาเท็กซ์
ทาที่ขอบด้านบน ที่สันน่ะค่ะ ตรงหัวกระดาษนั่นแหละ จึงได้ชื่อว่าการเข้าเล่มแบบ
"กาวหัว"
2.
เข้าเล่มแบบไสกาว(ไสสันทากาว)
ลองดูการเข้าเล่มของนิตยสารดูสิคะ เข้าเล่มแบบไสกาวทั้งนั้นแหละค่ะ
พวกพ็อคเก็ตบุคส์ หนังสือเรียน ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ทั้งนั้น เพราะราคาไม่แพง
ความทนทานก็พอใช้ได้ แค่พอใช้ได้ค่ะ เคยเจอไหมคะ นิตยสารเล่มหนา
เปิดไปเปิดมาจะมีหน้ากระดาษหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ยิ่งเราพยายามกางหนังสือออกมากๆก็จะหลุดง่าย
การเข้าเล่มแบบนี้กางหนังสือออกได้ไม่มากครับ พอปล่อยมือหน้ากระดาษจะดีดกลับ
หุบเข้ามาเหมือนเดิม ถ้าเราขืนกางมากๆ( เช่น เวลาเอาไปถ่ายเอกสาร)
พวกก็พาลหลุดซะเลย วิธีเข้าเล่มแบบไสกาว เขาจะนำกระดาษที่เรียงหน้าเป็นเล่มแล้ว
มาไสด้านข้างให้เป็นขุยก่อนแล้วจึงทากาว ที่ต้องไสสันก่อนก็เพื่อให้กาวแทรกซึมเข้าไปดรขึ้น
การยึดติดก็จะดีขึ้นค่ะ นั่นเป็นที่มาของคำว่า "ไสกาว")
3.การเข้าเล่มแบบเย็บอก
หรือเย็บมุงหลังคา
แบบนี้ง่ายค่ะ นิยมใช้เย็บสมุดของนักเรียนนักศึกษา หรือหนังสือที่มีจำนวนหน้าน้อยๆ
ไม่เกิน 60 หน้า หรืออย่างมากก็ 80 หน้า วิธีการก็คือ เอากระดาษทั้งเล่มมาเรียงกันแล้วพับครึ่งตามแนวตั้ง
จากนั้นใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บ เป็นอันจบพิธีค่ะ
4.เข้าเล่มแบบเย็บกี่
การเข้าเล่มแบบเย็บกี่นี่ทนสุดๆค่ะ กางออกได้มาก ลองดูพวก พจนานุกรา
ดิคชันนารี สารานุกรมน่ะค่ะ เล่มใหญ่ๆ จำนวนหน้ามากๆ บางเล่มเป็นพันหน้าก็มี
เขาเข้าเล่มด้วยการเย็บกี่ทั้งนั้นแหละค่ะ วิธีการก็ยุ่งยากพอสมควร
โดยเอากระดาษทั้งเล่มมาแยกออกเป็นส่วนย่อยหลายๆส่วน แล้วเย็บแยกแต่ละส่วนเป็นเล่มเหมือน
เย็บอกในข้อสาม แต่ใช้ด้ายเย็บนะคะ จากนั้นเอาเล่มย่อยๆมาร้อยรวมกันเป็นเล่มใหญ่อีกที
แล้วจึงหุ้มด้วยปกอีกชั้นค่ะ
เรื่องนี้ไม่มีรูปให้ดูค่ะ
เพราะตัวอย่างมีให้เห็นกันอยู่ทั่วไป ลองหยิบมาดูนะคะ
|